คาถาปราบผีของหลวงพ่อเงิน ในตอนที่ท่านออกเดินธุดงค์

“หลวงพ่อเงินวัดดอนยายหอม” ท่านเล่าว่าเมื่อท่านเดินธุดงค์เพื่อแสวงหาความสันโดษทดสอบสมาธิและจิตใจ ในป่าของพม่าพบกับสัตว์มากมายรวมถึงสัตว์ที่ดุร้ายและน่ากลัวและสัตว์ขนาดใหญ่เช่นช้างเป็นต้น

ท่านยังใช้วิธีการแสดงความเห็นอกเห็นใจเพื่อให้ทุกการเผชิญหน้าได้ผลบางครั้งต้องเผชิญหน้ากับเสือเผชิญหน้า อาศัยเมตตาช่วยเสือผินนับเป็นบารมีแห่งการแผ่บารมีตามแนวทางของพระพุทธรูปนั้นเหมือนโล่แก้วที่ประเสริฐกว่าทุกประการทุกท่านกล่าวว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งเมื่อท่านเดินทางเข้าไปในป่าลึก ระหว่างทางเจอพระเก่า ๆ หลายองค์ที่ทรุดตัวและมีเศษกระดูกมนุษย์ จะเป็นอัฐิของพระภิกษุสงฆ์ที่หล่นลงมา

ท่านคิดว่าที่ตรงนั้นน่าจะมีอะไรพิเศษซึ่งอันตรายแน่นอนพระเหล่านั้นจึงจบชีวิตลงที่สถานที่แห่งนี้ เขาจึงได้เก็บเศษกระดูกเหล่านั้นมาทำบังสุกุล อุทิศส่วนกุศลให้แล้วจัดการขุดฝังจนกว่าจะแล้วเสร็จ เพื่อพิสูจน์ว่ามีสถานที่ใดบ้างดังนั้นเขาจึงตัดสินใจนอนเพื่อฝึกซ้อมที่นั่นเขาบอกว่าเมื่อค่ำคืนใกล้เข้ามาก็มีเหตุการณ์แปลก ๆ เกิดขึ้น อากาศในบริเวณนั้นเย็นลงอย่างรวดเร็ว

จนแทบยืนไม่ไหวจึงรีบก้มลงนั่งสมาธิเพื่อดับความเย็น ใช้เวลาเกือบดึกเพื่อดับความหนาว แต่อากาศเริ่มเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลและร้อนมากขึ้น จนกระทั่งท่านเริ่มมีเหงื่อออกทันทีมีเสียงดังไปทั่ววงกลม มันคล้ายกับเสียงร้องของสัตว์ร้ายที่ไม่รู้จัก และดังขึ้นเรื่อย ๆ คุณทำได้แค่สวดมนต์

ท่านได้กรรมฐานแล้วยก “คาถาหิมพานต์” ตามที่เรียนกับอาจารย์มา เข้าร่วมสวดมนต์และเสกเป็นพุทธมนต์ ด้วยเสียงที่ดังก้องเพื่อกลบเสียงชั่วร้ายเหล่านั้นเมื่อพุทธมนต์จบลงและเหตุการณ์เลวร้ายก็เกิดขึ้น ม่านเปิดขึ้นต่อหน้าเขา ท่านตกใจลืมตาขึ้นมองจากไป ปรากฏแสงจ้าใบหน้าแปลก ๆ เหมือนหน้าตาน่าเกลียด แต่ตัวเล็กเท่ากำปั้นลอยอยู่มีเสียงพูดว่า “หมดแล้วเหรอ”

ท่านได้ฟื้นคืนสติรีบสวดมนต์และสวดมนต์เจริญพระพุทธมนต์ ต่อไปอีกหลายบทเพื่อไม่ให้ขาดเสียงจนกว่าแบงค์จะหายไปจำคาถาหรือบทสวดอื่นไม่ได้จึงเงียบเสียงหลังจากเงียบไปครู่หนึ่งเหตุการณ์เดียวกันก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง กบถูกเปิดออก เสียงจากชายหน้าตาน่าเกลียดที่มีหมัดเล็กเท่ากำปั้นดังขึ้น “มันจบแล้ว” เสียงนั้นก็พูดซ้ำทันทีว่า “โอเค” หลวงพ่อเงินกล่าวต่อว่าเมื่อสิ้นเสียง“ โอเค” ทันใดนั้นก็เปิดทุกด้าน หวา “ทุกด้านที่ต่ำลงของเขาถูกปิดลง

เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์ก็เงียบลง เสียงของป่าเสียงนกหวีดและนกหวีดของสัตว์กลางคืนเข้ามาแทนที่ท่านโดยบอกว่าเมื่อสถานการณ์สงบลงเขาพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นและเชื่อมั่นว่าเขาอยู่ด้วยกำปั้น ร่างพับน่าจะเป็น “ผีปอบ” ชนิดหนึ่งที่มีวิชาเชี่ยวชาญ จึงไม่เกรงกลัวต่อมนต์สะกดต่าง ๆ ที่เข้ามาจะพ่ายแพ้คำว่า“ อ” คำเดียวท่านกล่าวว่าต่อมาหลังจากที่มีพระภิกษุมาธุดงค์กับท่านมักจะให้คาถา“ ก” ให้พระภิกษุใช้เมื่อประสบเหตุต่างๆ เหตุการณ์ที่เป็นไปได้ความสามารถเป็นสิ่งที่ดี